LONDON ER ลอนดอน เอ๋อ

Blog EntryCopycat!May 12, '08 5:52 PM
for everyone
นั่งคิดอยู่นานว่าเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ควรจะนำมาเป็นสาระในชีวิต เป็นข้อคิด เป็นอุทาหรณ์สอนใจผู้อื่นดีหรือไม่ เพราะเรื่องแบบนี้มันไม่ผิดกฎหมาย มันไม่มีหลักฐาน ตำรวจไม่จับ ไม่ปรับ ไม่ขึ้นศาล แต่มันอัดอั้นตันใจ มันทนไม่ไหว อยากประจาน...

ดิฉันถูกคนอื่นขโมยความคิดค่า! 

ชัดๆคือโดนลอกอะค่า!

และที่เจ็บใจสุดๆ คือไอ้หัวขโมยคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของดิฉันเองค่า!

อุตส่าห์ไว้ใจ เล่าอะไรต่อมิอะไรให้มันฟัง โชว์แบบหมดเปลือก อธิบายทุกสิ่งอย่าง สุดท้าย ไปๆมาๆ เธอยิ้มข้างหน้า แต่แทงข้างหลัง ลอกกันซื่อๆ หลายดอก อย่างจัง ซะงั้น

ดู๊ ดูมันทำ...เพื่อนช้านนน

จริงอยู่ คนเราควรมองโลกในแง่ดี...

หรืองานของเราอาจจะบังเอิญ"คล้าย"กัน

แรงบันดาลใจของเธออาจจะมาจาก practitioner คนเดียวกันกับของฉัน

Typography ก็เปิดกว้างสำหรับ graphic designer ทุกคนในโลกเท่ากัน 

ฉันก็เคยลอก(ตอนทำงาน) เธอก็เคยลอก เราทุกคนต่างก็เคยลอก มันคงเป็นเรื่องธรรมดาเพราะเราทั้งหมดอาศัยอยู่ภายใต้ชายคา Post-modernism เดียวกัน อะไรๆก็ has already existed ไปเสียหมด !?!

แต่นี่มันเป็นไอเดียสำหรับการวิจัย ค้นคว้าหาความเป็นไปได้ใหม่ๆในวิชาชีพ หาตัวเอง  หาความเป็น originality มันเป็นนิมิตรหมายที่ดี และมีเวลาทดลอง อ่ะ! อย่างแย่ที่สุด ถ้าเธอจนตรอก มันก็ควรจะไปลอกที่อื่น ไกลๆ ที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ที่นี่ ที่เพื่อนของเธอ!

แค่คำว่า"ชอบ"หลังจากที่เห็นงานของฉัน ถึงกับทำให้เธอเปลี่ยนไปมา"คล้าย"ๆกัน มันจะง่ายไปหน่อยมั้ง ???

และที่สุดของที่สุด ที่ฉันทนไม่ได้ จนต้องขอกรี๊ด ปรี๊ดแตก(อยู่คนเดียว) ก็คือ เธอเล่นเดินตามรอยเท้าฉัน (เกือบ) ทุกอย่าง!
ฉันตัด เธอตัด 
ฉันพับ เธอพับ 
ฉันดำ เ​ธอดำ 
ฉันขาว เธอขาว
ฉันเล่นกับเงา เธอเล่นกับแสง
ฉันพูดเรื่องสังคมในยุค 60s เธอเริ่มอินกับ Modernism...

เฮ้ย! มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ ???

ทั้งเทคนิคทั้งเนื้อหา...ขอโทษนะ มึงจะกรุณาเหลืออะไรไว้ให้กูดูต่างหน้าได้ไหมคะเนี่ย???
สาดดด!!!

แถมคนอื่นๆร่วมห้องยังประหลาด แทนที่จะช่วยเบรคกลับหุบปาก อาจารย์ทำมึน เพื่อนๆทำงง บ้างเห็นดีเห็นงามไปด้วย ทำเอาคนที่ถูกลอกอย่างเราเกรงใจ ต้องหาทางเฟดออกไป เลียแผลใจอย่างเงียบๆ
สาดดด!!!

จะมีก็แต่เพียงคำทักท้วงเล็กๆจากอาจารย์ท่านหนึ่ง สั้นๆ ได้ใจความ 'หืม งั้นงานของ A ก็เหมือนกับงานของคุณน่ะสิ'

ก็ได้แต่ยิ้ม พะหงกหัวหงึกๆ หึ หึ หะ หะ วะ ฮ่า ฮ่า...
สาดดด!!! สาดดด!!! สาดดด!!!

โดนจี้ใจดำ ทำเอาสติแตก ธฤษวรรณเก็บรอยยิ้มกลับบ้านพร้อมรอยช้ำ ฮี่ม โปรเจ็คของฉัน! คิดมาเจ็ดเดือน อินมาเจ็ดปี อีนี่เป็นใครมาจากไหน ทำเวรทำกรรมอะไรกันไว้ มาชุบมือเปิบ สบายใจเฉิบ
เจ็บคราวนี้ เล่นเอาหัวแทบระเบิด ปวดไปหลายวัน ซัดพาราไปหลายเม็ด คิดไปคิดมาๆ เลยเถิดไปถึงคำของอาจารย์อีกท่านหนึ่งที่ว่า:

'การที่ไอเดียของเรามันบังเอิ๊ญไป"คล้าย"กับไอเดียของคนอื่น ก็เป็นธรรมดาแหละ ที่จะ HURT-SO-BAD ผิดหวัง ห่อเหี่ยว ท้อแท้ แต่เราก็ต้องก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ มันเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ เป็นการฝึกจิตใจให้แข็งแกร่ง เพราะเรื่องแบบนี้มันจะต้องเกิดขึ้นอีกเป็นร้อยครั้งพันครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าเรายังเดินอยู่ในหนทางของนักคิดและนักออกแบบ'
อืม
แถมยังมีคนรอบข้างเตือนสติอีกว่า:
'ถ้ามันลอกได้ให้มันลอกไป อย่าไปสนใจ เสียเวลาเปล่า หันมาตั้งหน้าตั้งตาพัฒนางานของเราดีกว่า ยังไงซะ คนถูกลอกก็ยังก้าวนำคนลอกอยู่หนึ่งก้าวเสมอ (เออจริง...เพราะมันต้องเห็นก่อนแล้วค่อยลอก)' 
อืม
ท้ายที่สุด (อันนี้คิดเอง) ควรเอาธรรมะเข้าข่ม อย่าไปยึดติด คิดว่าเป็นของตัว ของของเราไม่ใช่ของของเรา เกิดมามีแต่ตัวตายก็ไปแต่ตัว ตัวยังไม่ใช่ของตัวเลย (เอ๊ะ ชักงง) 

อืม สาธุ

ก็คงได้แต่มองไปข้างหน้า ก้าวเดินอย่างช้าๆ ระมัดระวัง เชื่อมั่น บนเส้นทางที่เราเลือก แล้วทุกอย่างจะดีเอง
ขอส่งท้ายด้วยพุทธสุภาษิตบทหนึ่งที่ว่า

"อัตตาหิ อัตตโน นาโถ"

...

เอ้า ใครแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ ฝากไปบอกมันที! (สาดดด!!!)




ปล.ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า กูจะไม่ลอกงานใครอีกแล้ว!


52 CommentsChronological   Reverse   Threaded
pompoko35 wrote on May 12
สรุปว่า เชี่ยนี่เป็นคนต่างด้าวใช่มะ

เข้าใจว่ะแก ....


แต่ชั้นเชื่อในกฎแห่งกรรม ซักวันมันอาจแพ้ภัยตัวเอง
ไม่ต้องเสียเวลาไปแช่งชักมันหรอก เวลาจะทำให้มันรู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน
thrissawan wrote on May 12
สรุปว่า เชี่ยนี่เป็นคนต่างด้าวใช่มะ

เข้าใจว่ะแก ....


แต่ชั้นเชื่อในกฎแห่งกรรม ซักวันมันอาจแพ้ภัยตัวเอง
ไม่ต้องเสียเวลาไปแช่งชักมันหรอก เวลาจะทำให้มันรู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน
ยุบหนอพองหนอ สาธุ สาธุ 555
koykung wrote on May 13
ซะงั้นเลย

"คนถูกลอกก็ยังก้าวนำคนลอกอยู่หนึ่งก้าวเสมอ" เห็นด้วยกะคำนี้นะ

ยังไงเราก็ก้าวนำเค้าอยู่แล้วล่ะ


สู้ๆค้าบบบ
bbic wrote on May 13
ผมเชื่อว่า ไอ้คนที่ดังๆกันในวงการออกแบบทั้วโลกทุกวันนี้
ก้อต้องมีบ้างแหละ ที่ไป "ขโมย" ไอเดียคนอื่นเค้ามา แต่คนทั่วไปไม่มีทางรู้
ู้แต่ในทางกลับกันเนี่ย ถ้าคนธรรมดา ไปทำตามหรือขโมยไอเดีย คนดัง จะมีหลายๆคนที่รู้ว่าก็อปมา
การโดนก็อปเป็นเรื่องน่าเซ็ง แต่ ถ้าไหนๆจะโดนก็อปแล้ว ก้อขอให้โลกได้รู้หน่อยดิว่ากูคิดก่อน
ฉะนั้้นแล้วในระดับสเกลใหญ่ ต้องเป็นคนดังก่อนคับ ถึงจะมีสิทธิ์พ่วงว่ากูคิด (หรือ จิงๆก็อปมาแต่ไม่มีใครรู้) ไปกับไอเดีย - -"
ถ้าใช้สเกลใหญ่เทียบกลับมาในสเกลเล็ก คุณ thrissawan ก้อดังนะเนี่ยที่มีคนรู้ว่าถูกก็อป
ถือว่าทำได้ดีที่สุดแล้ว เพราะดีที่สุดได้แค่นี้เอง ............
maleenote wrote on May 13
โดนก๊อปก็เจ็บแสบอยู่แล้ว แต่ใครทำก็ไม่เจ็บใจเท่าเพื่อนที่ไว้ใจทำเนอะพี่น้ำ
เพื่อนอย่างนี้ก็คงต้องเชิญให้ไปเดินกันอยู่คนละเส้นทางชีวิต เลือกแต่เพื่อนดีๆมาเดินทางเส้นเดียวกัน แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง
ทำต่อไปค่ะพี่น้ำ อย่างที่พี่น้ำว่า ถ้าไม่เล่าให้เค้าฟังต่อ เค้าก็คงคิดอะไรไปไม่ได้มากกว่าที่ก๊อปพี่น้ำมา ตอนจบพี่น้ำลองคิดเล่นๆ
ใส่อะไรหักมุมตลบหักหลังโปรเจคตัวเอง(และโปรเจคคนอื่นที่ก๊อปพี่น้ำ)ไปนิดนึงสิ น่าสนุกดี
thrissawan wrote on May 13, edited on May 13
bbic said
ผมเชื่อว่า ไอ้คนที่ดังๆกันในวงการออกแบบทั้วโลกทุกวันนี้
ก้อต้องมีบ้างแหละ ที่ไป "ขโมย" ไอเดียคนอื่นเค้ามา แต่คนทั่วไปไม่มีทางรู้
ู้แต่ในทางกลับกันเนี่ย ถ้าคนธรรมดา ไปทำตามหรือขโมยไอเดีย คนดัง จะมีหลายๆคนที่รู้ว่าก็อปมา
การโดนก็อปเป็นเรื่องน่าเซ็ง แต่ ถ้าไหนๆจะโดนก็อปแล้ว ก้อขอให้โลกได้รู้หน่อยดิว่ากูคิดก่อน
ฉะนั้้นแล้วในระดับสเกลใหญ่ ต้องเป็นคนดังก่อนคับ ถึงจะมีสิทธิ์พ่วงว่ากูคิด (หรือ จิงๆก็อปมาแต่ไม่มีใครรู้) ไปกับไอเดีย - -"
ถ้าใช้สเกลใหญ่เทียบกลับมาในสเกลเล็ก คุณ thrissawan ก้อดังนะเนี่ยที่มีคนรู้ว่าถูกก็อป
ถือว่าทำได้ดีที่สุดแล้ว เพราะดีที่สุดได้แค่นี้เอง ............
ก็จริงค่ะที่คนดังในวงการนักคิดและนักออกแบบบางคน (หรือทุกคน??) อาจจะเคย"ขโมย"ไอเดียคนอื่น แต่การ"ขโมย"ที่ว่าควรทำอย่างมีศิลปะนะคะ คนเก่งจะขอ"ขโมย"แรงบันดาลใจและโครงสร้างทางความคิดและความสำเร็จ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับเรื่องราวที่ตัวเองสนใจนำเสนอ ซื่อสัตย์และสนุก "เนื้องาน"ตอนท้ายจะฉายแวว originality เองค่ะ ส่วนไอ้ทริคเล็กทริคน้อยที่ (บังเอิญ??) มา"คล้าย"กันนั้น มันก็เป็นแค่เพียงการทับซ้อนกันของการพัฒนามีเดียมที่มีอยู่อย่างจำกัด สำคัญที่สุดคือ concept และ process คนดังที่ดีจริงต้องเก๋าจริง ถึงจะน่าชื่นชม ใช่ไหมคะ :)

วกกลับมาที่งานของเรา จริงๆก็ไม่มีใหม่อะไรหรอกค่ะ typography กับพับกระดาษ...ถ้าย้อนอดีตไปหลายร้อยปีแสง คนจีน คนญี่ปุ่นก็เริ่มลุยกันแล้วค่ะ ไอ้เรื่องที่ทำอยู่ คนยุโรปก็ตั้งความหวังกันมาไม่ต่ำกว่าห้าสิบปี และถ้านับนักคิดและนักออกแบบที่กำลังพูดเรื่องเดียวกันอยู่ในขณะนี้ด้วยก็ คงร่วมแสนมั้งคะ มันเลยแสนจะเก่าจริงๆ
แต่ว่าประสบการณ์ของกระบวนการเกิด การคิด การค้นพบ การสร้างเทคนิค ที่ได้มา พูดได้เต็มปากเลยค่ะว่าไม่เคยลอกใคร เพราะส่วนตัวแล้วตั้งแต่มีสติก็ขอไม่นิยมค่ะ ขี้เกียจด้วย หยิ่งด้วย อยากครองโลกด้วย แต่ถ้าไม่อินจริงๆ (อย่างงาน commercial ไรเงี้ย) ก็อาจมีบ้าง ส่วนแรงบันดาลใจไม่ทราบได้จริงๆค่ะ เพราะมันสะสมอยู่หลายสิบปี - -" ก็อายนะคะที่ไปตู่ว่าคนอื่นลอกเนี่ย บอกแล้วว่าไม่มีหลักฐาน มีแต่ความมั่นใจว่าตัวเราชิงคิดก่อนจริงๆ เริ่มตั้งแต่การแนะนำตัวครั้งแรก จนถึงป่านนี้ ก็ย้ำทำไปแล้วไม่ต่ำกว่าเจ็ดเดือนค่ะ อีนี่ชุบมือเปิบมาเมื่อไม่กี่วัน ใกล้ๆ เต็มๆแบบนี้ เซ็งค่ะ อีกทั้ง originality ก็เป็นส่วนหนึ่งของ assessment อุตส่าห์คิดมาแทบตาย เล่นเอาเศร้ามากมายค่ะ

แต่ก็ยังดีอย่างที่คุณว่าที่มีคนสังเกตเห็นว่าเราถูกลอก(ถึงแม้จะแค่คนเดียว) ดูคูลนิดๆ เหมือนมีบริวาร แอบดีใจค่ะ ฮ่าๆๆ ฮือๆๆ T^T

thrissawan wrote on May 13, edited on May 13
โดนก๊อปก็เจ็บแสบอยู่แล้ว แต่ใครทำก็ไม่เจ็บใจเท่าเพื่อนที่ไว้ใจทำเนอะพี่น้ำ
เพื่อนอย่างนี้ก็คงต้องเชิญให้ไปเดินกันอยู่คนละเส้นทางชีวิต เลือกแต่เพื่อนดีๆมาเดินทางเส้นเดียวกัน แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง
ทำต่อไปค่ะพี่น้ำ อย่างที่พี่น้ำว่า ถ้าไม่เล่าให้เค้าฟังต่อ เค้าก็คงคิดอะไรไปไม่ได้มากกว่าที่ก๊อปพี่น้ำมา ตอนจบพี่น้ำลองคิดเล่นๆ
ใส่อะไรหักมุมตลบหักหลังโปรเจคตัวเอง(และโปรเจคคนอื่นที่ก๊อปพี่น้ำ)ไปนิดนึงสิ น่าสนุกดี
ตอนนี้ยังกอดกันจู้ฮุกกรูอยู่เลยค่ะคุณน้อง
พี่ละเกลียดวิญญาณนางเอกกินน้ำส้ม (ทั้งที่ลุคตัวเองเหมือนลำยองกินน้ำทองแดง!) ที่สุด ชอบเข้าสิงผิดที่ผิดทาง ให้อภัยคนผิดได้เสมอ

ตอนนี้ก็ต้องสงบปากสงบคำ ก้มหน้าทำงานของตัวเองไป อย่างที่โน้ตบอก พี่ก็กะว่าจะเชิญวิญญาณนางมารมาสิงอีกทีตอนจบ ขอเจ็บๆ ซักดอก กะหักมุมหนีมันไปซักสิบยี่สิบองศา

แต่ทำแล้วเครียดเป็นบ้าเลยอ่ะ คิดเท่่าไหร่ก็ไม่ออก หัวจะระเบิด
สงสัยเวรต้องระงับด้วยการไม่จองเวรจริงๆ!


ขอบคุณก้อยด้วยนะจ๊ะ สู้โว้ย!
anpanpon wrote on May 13
อืม..เศร้าจริงๆ อ่านแล้ว นี่ถ้าเจอด้วยตัวเองคงโคตรจะเซ็ง
ทำได้แต่ทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้เลยดีกว่า -_-"

ยังงี้ต้องฟังเพลงพี่หนุ่ย .. จุดอ่อนของการที่ไว้ใจ .. มันทำให้แทบต้องเสียคน -_-" (เริ่มจะลาวไปหน่อยล่ะ)

ปล.แต่อย่างน้อย งานก็ยังไม่ถึงที่สุดไม่ใช่เหรอ :) ไม่ต้องไปสนใจดีกว่าว่าใครจะมาลอกหรืออะไร เราทำงานของเราให้ดีที่สุดต่อไปเหอะ :) สู้ๆ

ปล2. เห็นด้วยว่าการลอกที่เป็นแรงบันดาลใจนี่ บางทีก็ดูสร้างสรรค์ได้นะ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจเอาไปลอกหรือเอาไปประยุกต์มากกว่าปะ ??
nattakan wrote on May 13
สาดดด!!! สาดดด!!! สาดดด!!!
เฮ๊ย! ไม่เอาน่า อย่าไปว่าเค้า

.....เชี่ยเอ๊ย!!! เชี่ยเอ๊ย!!! เชี่ยเอ๊ย!!!.......อ๋ออออ ไม่งามๆ
thrissawan wrote on May 13
อืม..เศร้าจริงๆ อ่านแล้ว นี่ถ้าเจอด้วยตัวเองคงโคตรจะเซ็ง
ทำได้แต่ทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้เลยดีกว่า -_-"

ยังงี้ต้องฟังเพลงพี่หนุ่ย .. จุดอ่อนของการที่ไว้ใจ .. มันทำให้แทบต้องเสียคน -_-" (เริ่มจะลาวไปหน่อยล่ะ)

ปล.แต่อย่างน้อย งานก็ยังไม่ถึงที่สุดไม่ใช่เหรอ :) ไม่ต้องไปสนใจดีกว่าว่าใครจะมาลอกหรืออะไร เราทำงานของเราให้ดีที่สุดต่อไปเหอะ :) สู้ๆ

ปล2. เห็นด้วยว่าการลอกที่เป็นแรงบันดาลใจนี่ บางทีก็ดูสร้างสรรค์ได้นะ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจเอาไปลอกหรือเอาไปประยุกต์มากกว่าปะ ??
555 เนอะ ไม่ต้องสนใจจะดีที่สุด เขวตอนนี้ใจคอไม่ค่อยดีเลย ใกล้โชว์แล้วด้วย -"-

เพืื่อนเราคนนี้ก็ยังเด็ก สวยด้วย(อันนี้ไม่เกี่ยว) คงไม่มีประสบการณ์ ไม่มีแรงบันดาลใจ เราควรให้อภัย แล้วอย่างที่หัวหน้าว่างานยังไม่เสร็จ อย่าตีตนไปก่อนไข้ สุดท้ายแล้วอาจจะจบแบบต่างกันสุดขั้วเลยก็เป็นได้ สาธุ สาธุ

ช่าย เราก็ว่ามันอยู่ที่ตัวเราเองอะเนอะ จะซื่อสัตย์และมั่นคงกับตัวเองได้แค่ไหน ความสุขสูงสุดอยู่ที่ความภูมิใจ(ส่วนตัว)นั่นแหละ ยากเนอะ แต่ก็อยาก สู้ๆๆ!
thrissawan wrote on May 13
เฮ๊ย! ไม่เอาน่า อย่าไปว่าเค้า

.....เชี่ยเอ๊ย!!! เชี่ยเอ๊ย!!! เชี่ยเอ๊ย!!!.......อ๋ออออ ไม่งามๆ
อยากด่ามันอะนา ทนปั้นหน้ายิ้มต่อไปอีกไม่ไหว ไอ้จะเอาทุเรียนไปตบมันอย่างในละครก็ทำไม่ได้ เพราะเราไม่มีหลักฐาน เลยขอแอบด่าในที่แจ้งเป็นภาษาไทยให้สะใจ (กิิ้วๆอ่านไม่ออก) แล้วค่อยเริ่มยิ้มใหม่พรุ่งนี้ละกัน T^T
nattakan wrote on May 13
เอาเลยๆๆๆๆๆๆๆๆ วันพรุ่งนี้ต้องเอาให้เจ๋งฝ่าเมื่อวาน (ฝ่ามันด้วย โฮะๆๆ)

ป.ล. คงต้องขอยืมคำพูดรินกินหมามาซะหน่อย (มองซ้าย-มองฝา เฮ๊ย รินไม่เข้ามาใช่ป๊ะ)

.....You can do it!!!! You can do it!!!! You can do it!!!! 555555
thrissawan wrote on May 13
เอาเลยๆๆๆๆๆๆๆๆ วันพรุ่งนี้ต้องเอาให้เจ๋งฝ่าเมื่อวาน (ฝ่ามันด้วย โฮะๆๆ)

ป.ล. คงต้องขอยืมคำพูดรินกินหมามาซะหน่อย (มองซ้าย-มองฝา เฮ๊ย รินไม่เข้ามาใช่ป๊ะ)

.....You can do it!!!! You can do it!!!! You can do it!!!! 555555
555555 เวลาได้ยินประโยคนี้นึกถึงรินทุกทีเลย (รินไม่เข้ามาในนี้ใช่ไหม)
nattakan wrote on May 13
หึ! ไม่หรอก....กินหมาอยู่.....อ๋อออออ ไม่แซวเพื่อน โทดฮะ ๆ (ได้แต่หวังว่ารินคงไม่เข้ามาเจอ เหอะๆๆ)
faang wrote on May 13
ไอ้อย่างงี้มันน่าเจ็บใจจิงๆน่อ แต่ยังไงก็ต้องตั้งใจทำต่อไป อย่าไปสนใจ ยังไงซะความภูมิใจเป็นของเราใครก็เอาไปไม่ได้ สู้ๆเด้อ
thrissawan wrote on May 13
faang said
ไอ้อย่างงี้มันน่าเจ็บใจจิงๆน่อ แต่ยังไงก็ต้องตั้งใจทำต่อไป อย่าไปสนใจ ยังไงซะความภูมิใจเป็นของเราใครก็เอาไปไม่ได้ สู้ๆเด้อ
แต๊งกิ้ว :)
ploypan wrote on May 13
อยากเห็นหน้าตาเพื่อนแกคนนี้หวะ เป็นเราเลิกคบ! 5555
nattakan wrote on May 14
เฮ๊ยน้ำ......หลังจากอ่านblogแกแล้ว เราก้อเลยลองทำตามมั่ง....

เราเล่าอะไรต่อมิอะไรให้หลายต่อหลายคนฟัง โชว์ไอเดียแบบหมดเปลือก อธิบายทุกสิ่งอย่าง ไปๆมาๆ
สุดท้าย......ไม ไม่เห็นมีใครลอกงานเรามั่งว๊ะo_O!!!!!!....อ๋ออออ ของมันไม่ดีจริงช๊ะป่ะ โทดๆ..(ถึงว่า...ทำไมคนฟังมันทำหน้าแหยๆ)
naenaejung wrote on May 14
เจ็บใจแทนอ่ะ -_-"
ทำไมไม่ด่าไปวะ คอตกเงียบๆ เจ็บใจอยู่คนเดียวนะเว้ย
(เราเป็นประเภทเอาธรรมะเข้าข่มไม่เป็นว่ะ)

แต่เราว่านะ งานแกที่ develop มาร่วมปี
อย่างน้อยอาจารย์ที่มี tutorial ด้วยเค้าต้องเห็นอยู่แล้ว
ว่า Design แกมันมีที่มา ที่ไป
ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็ไอเดียบรรเจิด
ส่งงานครั้งแรก เหมือนงานของเพื่อนห้องเดียวกัน
ที่เค้า develop มาร่วมปี
บังเอิญไปหน่อยแล้ว (อีเวร)
แต่เราเห็นด้วยกะคนที่ว่า
'ยังไงซะ คนถูกลอกก็ยังก้าวนำคนลอกอยู่หนึ่งก้าวเสมอ'



สู้โว้ย!!!!!!!
nattakan wrote on May 14
ขอบใจว่ะเน.....อ๋อออออ ไม่ได้บอกเราช๊ะป่ะ โทดฮะ ๆ
sudaduang wrote on May 14
555555555555555555555555555555555555
ขอโทดนะที่ขำ แต่บังเอิ้ญญญตอนชั้นอยู่ที่นู้น ก็โดนค่ะ

แถมนั่นไม่แค่ลอกโปรเจคนะคะ อิชั้นเจอถึงขั้นแต่งตัวตาม กรูทาตาเขียว แม่งก็เขียว กูผูกผ้าพันคอขาว แม่งไปซื้อเหมือนกูเด๊ะเลย แถมยังพยายามมาตีซี้เพื่อนกรูอีก โคตรเชี่ย

โชคดีหน่อย แม่งลอกกูช่วงกลางปี ชั้นไหวตัวทัน ชิ่งเลิกคบไปก่อนทำไฟนอล
thrissawan wrote on May 14
ploypan said
อยากเห็นหน้าตาเพื่อนแกคนนี้หวะ เป็นเราเลิกคบ! 5555
น่ารักว่ะ ถ้าไม่นับเรื่องงานก็เข้ากันได้ดี เราก็พยายามแยกเป็นเรื่องๆ อันไหนไม่ควรแชร์ก็เงียบไว้สบายใจกว่า
thrissawan wrote on May 14
เฮ๊ยน้ำ......หลังจากอ่านblogแกแล้ว เราก้อเลยลองทำตามมั่ง....

เราเล่าอะไรต่อมิอะไรให้หลายต่อหลายคนฟัง โชว์ไอเดียแบบหมดเปลือก อธิบายทุกสิ่งอย่าง ไปๆมาๆ
สุดท้าย......ไม ไม่เห็นมีใครลอกงานเรามั่งว๊ะo_O!!!!!!....อ๋ออออ ของมันไม่ดีจริงช๊ะป่ะ โทดๆ..(ถึงว่า...ทำไมคนฟังมันทำหน้าแหยๆ)
เพี้ยน
thrissawan wrote on May 14
เจ็บใจแทนอ่ะ -_-"
ทำไมไม่ด่าไปวะ คอตกเงียบๆ เจ็บใจอยู่คนเดียวนะเว้ย
(เราเป็นประเภทเอาธรรมะเข้าข่มไม่เป็นว่ะ)

แต่เราว่านะ งานแกที่ develop มาร่วมปี
อย่างน้อยอาจารย์ที่มี tutorial ด้วยเค้าต้องเห็นอยู่แล้ว
ว่า Design แกมันมีที่มา ที่ไป
ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็ไอเดียบรรเจิด
ส่งงานครั้งแรก เหมือนงานของเพื่อนห้องเดียวกัน
ที่เค้า develop มาร่วมปี
บังเอิญไปหน่อยแล้ว (อีเวร)
แต่เราเห็นด้วยกะคนที่ว่า
'ยังไงซะ คนถูกลอกก็ยังก้าวนำคนลอกอยู่หนึ่งก้าวเสมอ'



สู้โว้ย!!!!!!!
อยากด่านะ แต่มันไม่มีหลักฐานไงแก ขี้ตู่เอาอย่างเดียว

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า

เราทำโปรเจ็คเกี่ยวกับภาษาของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นในลอนดอนใช่ปะ คีย์หลักๆก็คือ ไทโป(ชัวร์ล้านเปอร์เซนต์) สถาปัตยกรรม กับ สังคมเมืองใช่ปะ ส่วนงานของเค้าตอนแรกเกี่ยวกับชีวิตคนเมืองเหมือนกับเกม แข่งขันกันตลอดเวลาไรงี้ ก็ใช้ภาพถ่ายกับวีดีโอเป็นมีเดีย ดูเข้าท่าทีเดียว ไปคนละทาง ไม่มีปัญหา พอเวลาผ่านไป 5 เดือน มี typography workshop เราก็เลือก random brief จากจารย์ คิดๆๆ แล้วก็ present เป็นไอ้ font ตัดๆพับๆอย่างทีแกเห็น เล่นกับ geometrical forms, positive/negative space (ซึ่งมันคือ solid และ void) แล้วก็แสงและเงาที่เป็นคุณสมบัติของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นใช่ปะ ก็เออเวิร์ค อาทิตย์ต่อมา เค้าก็มาเลยเว้ย เป็น positive/negative space กับแสงและเงาโดยปราศจาก brief เราก็เอ๊ะมาได้ไงอ่ะ งงเล็กๆ (แต่เค้าทำเป็นกล่องๆใช้ font โบราณ ดูเชยกว่า แล้วเราก็เคยเห็นไอเดียนี้มาก่อนด้วย ;P) ก็ยังไม่เท่าไหร่ เป็นแค่ workshop ทุกคนต้องทำไทโป หยวนๆ และแล้ว...เจ๊ติดใจยังไงไม่ทราบ ตัดสินใจเปลี่ยนโปรเจ็คตัวเองทั้งหมดเป็นไทโปกับสังคมเมือง ไม่มีปี่มีขลุ่ย ซะงั้น งงใหญ่ๆเลยทีนี้ มารมณ์ไหนเนี่ย จริงๆเค้าก็มาปรึกษาเรานะ ชอบอย่างงั้นอย่างงี้ จะดีไหม เราก็สมวิญญาณแม่พระเลย ตราบใดที่ยูมีเหตุผล เชิญตามสบาย (จดบัดนี้ยังไม่รู้ว่าทำไม) ก็ยังไม่เชื่อว่าเจ๊จะกล้าอย่างหน้าไม่อายอย่างงี้ เราก็ช่างมันเว้ย ไทโปกับเมืองไม่ใช่ของกูคนเดียว กูก็ทำของกูไป มันก็ทำของมันไป พอนานเข้า เจ๊มามุขใหม่เริ่มพูดว่าสนใจสังคมยุคโมเดิร์น! สนใจการตัดกระดาษ! สนใจสโลแกน! เอ๊ะ? เริ่มพรีเซนต์ตัดๆพับๆตัวหนังสือ เฮ้ย? เนียนขึ้นเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้ outcome มันมา"คล้าย"กันจนน่าตกใจ มีการตัดเป็นรูป geometrical form เป็น solid เป็น void มีการพับกระดาษเหมือนกัน ครั้งล่าสุดจารย์ถึงกับทักอ่ะคิดดู จุดนี้ จี๊ดสิแก! กูคิดมาเกือบตาย หวังจะได้เกิดบนเส้นทางนี้ จืด และที่เจื่อนสุดๆคือไอ้ความเป็น originality มันสำคัญมากกับคอร์สของเรา จะอวอร์ดไม่อวอร์ดก็ตรงนี้แหละ

กรรม กรรม กรรม -"-

ตอนนี้ก็ได้แต่หวัง
หวังว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างที่แกบอก (ถ้าจารย์ไม่ลำเอียงนะ มันยิ่งเป็นลูกรักอยู่ด้วย T^T)
หวังว่ามันจะเปรื่อง คิดได้ด้วยตัวเองแล้วฉีกออกไปแบบไม่ไหลย้อนกลับ
ส่วนเรา หุบปากไว้เป็นดีที่สุด :X
thrissawan wrote on May 14
555555555555555555555555555555555555
ขอโทดนะที่ขำ แต่บังเอิ้ญญญตอนชั้นอยู่ที่นู้น ก็โดนค่ะ

แถมนั่นไม่แค่ลอกโปรเจคนะคะ อิชั้นเจอถึงขั้นแต่งตัวตาม กรูทาตาเขียว แม่งก็เขียว กูผูกผ้าพันคอขาว แม่งไปซื้อเหมือนกูเด๊ะเลย แถมยังพยายามมาตีซี้เพื่อนกรูอีก โคตรเชี่ย

โชคดีหน่อย แม่งลอกกูช่วงกลางปี ชั้นไหวตัวทัน ชิ่งเลิกคบไปก่อนทำไฟนอล
พฤติกรรมโคตรเด็กปอสี่
เราโคตรซวย เสือกโดนตอนสองอาทิตย์ก่อนจบ รับไม่ได้จริงๆว่ะ
thrissawan wrote on May 14, edited on May 14
เลิกบ่นแล้วดีกว่า เพราะยิ่งบ่นยิ่งไปกันใหญ่...ใหญ่จนเราชักกลัวความชั่วร้ายของตัวเอง T^T

บางทีอะไรๆอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้...

เนอะ.

ยังไงก็ขอบคุณทุกกำลังใจเน้อ
thonkk wrote on May 15
อยากด่านะ แต่มันไม่มีหลักฐานไงแก ขี้ตู่เอาอย่างเดียว

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า

เราทำโปรเจ็คเกี่ยวกับภาษาของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นในลอนดอนใช่ปะ คีย์หลักๆก็คือ ไทโป(ชัวร์ล้านเปอร์เซนต์) สถาปัตยกรรม กับ สังคมเมืองใช่ปะ ส่วนงานของเค้าตอนแรกเกี่ยวกับชีวิตคนเมืองเหมือนกับเกม แข่งขันกันตลอดเวลาไรงี้ ก็ใช้ภาพถ่ายกับวีดีโอเป็นมีเดีย ดูเข้าท่าทีเดียว ไปคนละทาง ไม่มีปัญหา พอเวลาผ่านไป 5 เดือน มี typography workshop เราก็เลือก random brief จากจารย์ คิดๆๆ แล้วก็ present เป็นไอ้ font ตัดๆพับๆอย่างทีแกเห็น เล่นกับ geometrical forms, positive/negative space (ซึ่งมันคือ solid และ void) แล้วก็แสงและเงาที่เป็นคุณสมบัติของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นใช่ปะ ก็เออเวิร์ค อาทิตย์ต่อมา เค้าก็มาเลยเว้ย เป็น positive/negative space กับแสงและเงาโดยปราศจาก brief เราก็เอ๊ะมาได้ไงอ่ะ งงเล็กๆ (แต่เค้าทำเป็นกล่องๆใช้ font โบราณ ดูเชยกว่า แล้วเราก็เคยเห็นไอเดียนี้มาก่อนด้วย ;P) ก็ยังไม่เท่าไหร่ เป็นแค่ workshop ทุกคนต้องทำไทโป หยวนๆ และแล้ว...เจ๊ติดใจยังไงไม่ทราบ ตัดสินใจเปลี่ยนโปรเจ็คตัวเองทั้งหมดเป็นไทโปกับสังคมเมือง ไม่มีปี่มีขลุ่ย ซะงั้น งงใหญ่ๆเลยทีนี้ มารมณ์ไหนเนี่ย จริงๆเค้าก็มาปรึกษาเรานะ ชอบอย่างงั้นอย่างงี้ จะดีไหม เราก็สมวิญญาณแม่พระเลย ตราบใดที่ยูมีเหตุผล เชิญตามสบาย (จดบัดนี้ยังไม่รู้ว่าทำไม) ก็ยังไม่เชื่อว่าเจ๊จะกล้าอย่างหน้าไม่อายอย่างงี้ เราก็ช่างมันเว้ย ไทโปกับเมืองไม่ใช่ของกูคนเดียว กูก็ทำของกูไป มันก็ทำของมันไป พอนานเข้า เจ๊มามุขใหม่เริ่มพูดว่าสนใจสังคมยุคโมเดิร์น! สนใจการตัดกระดาษ! สนใจสโลแกน! เอ๊ะ? เริ่มพรีเซนต์ตัดๆพับๆตัวหนังสือ เฮ้ย? เนียนขึ้นเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้ outcome มันมา"คล้าย"กันจนน่าตกใจ มีการตัดเป็นรูป geometrical form เป็น solid เป็น void มีการพับกระดาษเหมือนกัน ครั้งล่าสุดจารย์ถึงกับทักอ่ะคิดดู จุดนี้ จี๊ดสิแก! กูคิดมาเกือบตาย หวังจะได้เกิดบนเส้นทางนี้ จืด และที่เจื่อนสุดๆคือไอ้ความเป็น originality มันสำคัญมากกับคอร์สของเรา จะอวอร์ดไม่อวอร์ดก็ตรงนี้แหละ

กรรม กรรม กรรม -"-

ตอนนี้ก็ได้แต่หวัง
หวังว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างที่แกบอก (ถ้าจารย์ไม่ลำเอียงนะ มันยิ่งเป็นลูกรักอยู่ด้วย T^T)
หวังว่ามันจะเปรื่อง คิดได้ด้วยตัวเองแล้วฉีกออกไปแบบไม่ไหลย้อนกลับ
ส่วนเรา หุบปากไว้เป็นดีที่สุด :X
จดไว้หมดละ ช่วงนี้คิดงานไม่ออก
กลับมาเมืองไทยเจอ typo ตัดๆพับๆ เป็น solid เป็น void แน่ น้ำ :)
thrissawan wrote on May 15
thonkk said
จดไว้หมดละ ช่วงนี้คิดงานไม่ออก
กลับมาเมืองไทยเจอ typo ตัดๆพับๆ เป็น solid เป็น void แน่ น้ำ :)
อย่าแซวๆ ช่วงนี้ยังเจื่อนอยู่ T^T
faang wrote on May 15
ส่งจม.ขอวีซ่า ไปให้แล้วนะเมื่อวานนี้ คงได้ภายในอาทิตนี้ละมั้ง
thrissawan wrote on May 15
faang said
ส่งจม.ขอวีซ่า ไปให้แล้วนะเมื่อวานนี้ คงได้ภายในอาทิตนี้ละมั้ง
แต๊งกิ้วๆ ไว้เจอกันเดือนหน้า น่าจะทันโชว์เราพอดี :)
faang wrote on May 15
แต๊งกิ้วๆ ไว้เจอกันเดือนหน้า น่าจะทันโชว์เราพอดี :)
หรอๆ ดีๆ เราไปช่วงวันที่ 20ต้นๆ เดือนหน้าอ่ะ มีโชว์ของโรงเรียนน้ำที่เดียวป่ะ หรือเป็นหน้าโชว์ของโรงเรียนอื่นๆด้วย
thrissawan wrote on May 16
faang said
หรอๆ ดีๆ เราไปช่วงวันที่ 20ต้นๆ เดือนหน้าอ่ะ มีโชว์ของโรงเรียนน้ำที่เดียวป่ะ หรือเป็นหน้าโชว์ของโรงเรียนอื่นๆด้วย
แล้วจะมาอยู่กี่วัน ก็น่าจะมีหลายที่นะ แต่แกดูแค่พวกแกลลอรี่ทั่วไปกับมิวเซียมก็อ้วกแตกแล้ว เยอะเห้ๆ ของเราเปิดโชว์ต้นเดือน july แต่ install เสร็จกลางเดือนหน้า น่าจะมาแอบดูได้(มั้ง)
thrissawan wrote on May 16
เออ ลืมบอกได้รับจม.แล้ว แต๊งกิ้วทั้งคู่เลย :)
faang wrote on May 16
คงไปอยู่ซักอาทิตย์นึงง่ะ ช่วงนั้นอาจจะตรงช่วง summer sale ด้วยป่ะ พาเราช้อปด้วยน้า :P
ปล. จม.ถึงเร็วดีว่ะ
ploypan wrote on May 17
ไปช้อปอะไรกัน ฝากช้อปด้วยย!!!!! ร้านไร ลดราคามั่ง จะฝากช้อปปปป!
thrissawan wrote on May 17
555 ไอ้พลอยบ้าไปแล้ว
ไม่รู้ว่าจะตรงช่วง summer sale ปะนะ เพราะมันเซลอยู่เรื่อยๆ เศรษฐกิจไม่ดี เดือนสองเดือนที ตอนนี้ก็มีเซลอยู่ ยังไงก็เตรียมตังมาเยอะๆละกัน (แต่อาจจะได้ของกลับไปน้อยนะ T^T)
thrissawan wrote on May 17
ปล.งั้นจะเก็บตังไว้รอช็อปด้วยกันนะ ;P
thrissawan wrote on May 18
ไม่ได้เล่าต่อ
วันศุกร์ที่ผ่านมามี presentation กับ artist จาก Berlin มันเอาอีกแล้วเว้ย เราพรีเซนต์รูปถ่าย มันเห็นแล้วตื่นเต้นมากๆ class ยังไม่จบรีบขอตัวออกไปถ่ายรูป กูจะบ้าตาย!
ploypan wrote on May 18
ก้อบอกเค้าไปตรงๆไม่ได้หรอ ว่าไม่ชอบให้ลอก?
thrissawan wrote on May 18
ploypan said
ก้อบอกเค้าไปตรงๆไม่ได้หรอ ว่าไม่ชอบให้ลอก?
บอกไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานไงแก...
มันอาจจะเป็นแบบว่าเราคิดไปเองก็ได้ไรงี้ เพราะมันฉลาดลอก ไม่ได้เหมือนแบบ 100% (ซัก 68% มั้งที่เหมือน)
จะเสียเพื่อนกันไปเปล่าๆ T^T

ช่วงนี้ก็พยามห่างอ่ะแหละ เงียบๆ ถามคำตอบคำ ไว้เจออีกทีพรีเซนต์ใหญ่เลย จบๆกันไปซะที
krawan2001 wrote on May 19
ขึ้นชื่อว่า "คน" มีอยู่ด้วยกันทุกประเภทครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะได้เจอคนแบบไหน โชคดีหรือโชคร้าย แต่ส่วนใหญ่คือโชคดีครับ เจอคนที่ไม่ดี ก็เป็นการสอนเราว่า คนแบบนี้ยังมีอยู่ในโลก บางครั้งใกล้ตัวเรามาก บางทีก็สอนเราว่าอย่าได้วางใจใครมากจนเกินไป (แม้แต่ตัวเราเอง) ขอให้คิดเสียว่าเป็นครูครับ จะทำให้เราได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ หรือครั้งต่อๆไปมากขึ้น บางครั้งต้องมองข้ามบางจุดไปครับ ความเป็นเพื่อนที่สร้างได้ไม่ง่าย อาจจำเป็นต้องรักษาไว้ แต่อาจจะต้องเว้นระยะมากกว่าเดิม เพื่อปกป้องตัวเราเองครับ
thrissawan wrote on May 19
ขึ้นชื่อว่า "คน" มีอยู่ด้วยกันทุกประเภทครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะได้เจอคนแบบไหน โชคดีหรือโชคร้าย แต่ส่วนใหญ่คือโชคดีครับ เจอคนที่ไม่ดี ก็เป็นการสอนเราว่า คนแบบนี้ยังมีอยู่ในโลก บางครั้งใกล้ตัวเรามาก บางทีก็สอนเราว่าอย่าได้วางใจใครมากจนเกินไป (แม้แต่ตัวเราเอง) ขอให้คิดเสียว่าเป็นครูครับ จะทำให้เราได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ หรือครั้งต่อๆไปมากขึ้น บางครั้งต้องมองข้ามบางจุดไปครับ ความเป็นเพื่อนที่สร้างได้ไม่ง่าย อาจจำเป็นต้องรักษาไว้ แต่อาจจะต้องเว้นระยะมากกว่าเดิม เพื่อปกป้องตัวเราเองครับ
หงีกๆ(พยักหน้า เห็นด้วยค่ะ)
naenaejung wrote on May 19
เราพรีเซนต์รูปถ่าย มันเห็นแล้วตื่นเต้นมากๆ class ยังไม่จบรีบขอตัวออกไปถ่ายรูป กูจะบ้าตาย!
อย่างงี๊ก่อนถึง present ใหญ่ ต้องซุ่มเงียบสุดๆ
อย่าให้มันรู้ตัว
thrissawan wrote on May 19
อย่างงี๊ก่อนถึง present ใหญ่ ต้องซุ่มเงียบสุดๆ
อย่าให้มันรู้ตัว
555 ถูก!
(เสือกมาป่วยอีกกู อันนี้ทำตัวเอง T^T)
zomino wrote on May 26
ขอบคุณมากสำหรับไอเดียใหม่ๆนะพี่

กริ กริ กริ้วววววว........
thrissawan wrote on May 27
zomino said
ขอบคุณมากสำหรับไอเดียใหม่ๆนะพี่

กริ กริ กริ้วววววว........
มาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงเลยนะตู่
เด๋วโดนๆ 555
zomino wrote on Jun 1
ผมชอบเรื่องนี้อ่ะพี่
ถ้าไงตอนจบ อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังหน่อยนะพี่
อยากรู้ว่านางเอกจะเป็นไงต่อ?
แล้วตัวอิจฉาจะตายยังไง?
คงไม่เป็นแบบว่านางเอกตายพระเอกมีผัวใหม่น่ะ....สู้ๆนะ
thrissawan wrote on Jun 8, edited on Jun 8
ตามคำเรียกร้อง นี่สองตอนสุดท้ายก่อนจบ:
เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ในคลาส นางเอกตัดสินใจ display งานกับหน้าต่าง
ขณะที่ง่วนอยู่กับการทดลองแปะกระดาษไปมาอยู่แถวนั้น นางร้ายหน้าสวยเดินปรี่เข้าชาร์ตด้วยสีหน้าอมทุกข์
นางร้าย: ยูอัพเซทไอเหรอ เรื่องที่ไอใช้ไอเดียเหมือนกับยู? ไอไม่ได้ลอกนะ? ไอไม่เอามันไปแสดงแน่ๆ? ไอก็แค่อยากจะทดลอง(เหมือนกัน?) แล้วเก็บไว้ใน portfolio เท่านั้นเอง
ลอกไปลอกมา ชักเริ่มมีสติ
นางเอก(รมณ์เสียเล็กน้อย): ถ้ายูมั่นใจว่าเป็นไอเดียของยู เชิญตามสบาย ไอไม่มายด์หรอก
(แต่ในใจพูดว่า กูไม่พอใจ เข้าใจไม๊ สาดดด !!!)
นางร้ายพยักหน้า จากไปด้วยแววตาเศร้าหมอง แต่ยังมิวายเริ่มถ่ายรูปทดลองเกี่ยวกับหน้าต่าง...

ยังคงคาแรคเตอร์ไว้ไม่เสื่อมคลาย...
thrissawan wrote on Jun 8, edited on Jun 8
เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน ในคลาส นางร้ายได้รับ feedback จากอาจารย์
อาจารย์: ไอว่ายูสับสนนะ ไอเดียของยูไม่เคลียร​์เลย งานก็มั่วไปหมด แถมเชยระเบิด งานแบบนี้เค้าคิดมาหลายล้านปีแสงแล้ว ไปตั้งสติมาใหม่ ไป๊ (แปลได้เลวร้ายกว่าความเป็นจริงสิบสี่เท่าตัว)
นางร้าย: จืด
นางเอก: กลายเป็น นางร้าย หัวเราะสมน้ำหน้าสบายใจเฉิบ (เลวสุดๆ 555555)

และเมื่อห้าวันก่อน ที่บ้าน นางร้ายเครียดจัด ตัดสินใจขอคำปรึกษาจากนางเอก(ทางโทรศัพท์)
...
นางเอกกลับสงสารนางร้าย ให้อภัย ให้กำลังใจ ช่วยเหลือ
ก็ได้แต่หวังว่า บุญกุศลที่ทำไป จะส่งผลให้นางเอกเจริญก้าวหน้า สาธุ!
naenaejung wrote on Jun 8
55555555555555555
กรรมติดจรวด เป็นแบบนี้เอง

(ผู้ช่วยนางเอกแอบสะใจ..อิ..อิ..)
thrissawan wrote on Jun 8
55555555555555555
กรรมติดจรวด เป็นแบบนี้เอง

(ผู้ช่วยนางเอกแอบสะใจ..อิ..อิ..)
555555
nawanaka wrote on Jun 16, edited on Jun 16
เชี่ยจริงๆ
เพิ่งมาอ่านว่ะน้ำ
เฮ้อตรูเซ็งแทน...แล้วตอนนี้เป็นไงบ้าง
รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าเราทำมาก่อน
ไอ้นี่มันคงคิดว่า ด้านได้อายอด
ก็ให้มันด้านต่อไป เดี๋ยวก็คงจะตายด้วยความด้านของมันเอง
สู้สู้นะ
( ให้อภัยได้ แต่อย่าให้มาใช้คำว่าเพื่อนนะ...)
Add a Comment