ดิฉันถูกคนอื่นขโมยความคิดค่า!
ชัดๆคือโดนลอกอะค่า!
และที่เจ็บใจสุดๆ คือไอ้หัวขโมยคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของดิฉันเองค่า!
อุตส่าห์ไว้ใจ เล่าอะไรต่อมิอะไรให้มันฟัง โชว์แบบหมดเปลือก อธิบายทุกสิ่งอย่าง สุดท้าย ไปๆมาๆ เธอยิ้มข้างหน้า แต่แทงข้างหลัง ลอกกันซื่อๆ หลายดอก อย่างจัง ซะงั้น
ดู๊ ดูมันทำ...เพื่อนช้านนน
จริงอยู่ คนเราควรมองโลกในแง่ดี...
หรืองานของเราอาจจะบังเอิญ"คล้าย"กัน
แรงบันดาลใจของเธออาจจะมาจาก practitioner คนเดียวกันกับของฉัน
Typography ก็เปิดกว้างสำหรับ graphic designer ทุกคนในโลกเท่ากัน
ฉันก็เคยลอก(ตอนทำงาน) เธอก็เคยลอก เราทุกคนต่างก็เคยลอก มันคงเป็นเรื่องธรรมดาเพราะเราทั้งหมดอาศัยอยู่ภายใต้ชายคา Post-modernism เดียวกัน อะไรๆก็ has already existed ไปเสียหมด !?!
แต่นี่มันเป็นไอเดียสำหรับการวิจัย ค้นคว้าหาความเป็นไปได้ใหม่ๆในวิชาชีพ หาตัวเอง หาความเป็น originality มันเป็นนิมิตรหมายที่ดี และมีเวลาทดลอง อ่ะ! อย่างแย่ที่สุด ถ้าเธอจนตรอก มันก็ควรจะไปลอกที่อื่น ไกลๆ ที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ที่นี่ ที่เพื่อนของเธอ!
แค่คำว่า"ชอบ"หลังจากที่เห็นงานของฉัน ถึงกับทำให้เธอเปลี่ยนไปมา"คล้าย"ๆกัน มันจะง่ายไปหน่อยมั้ง ???
และที่สุดของที่สุด ที่ฉันทนไม่ได้ จนต้องขอกรี๊ด ปรี๊ดแตก(อยู่คนเดียว) ก็คือ เธอเล่นเดินตามรอยเท้าฉัน (เกือบ) ทุกอย่าง!
ฉันตัด เธอตัด
ฉันพับ เธอพับ
ฉันดำ เธอดำ
ฉันขาว เธอขาว
ฉันเล่นกับเงา เธอเล่นกับแสง
ฉันพูดเรื่องสังคมในยุค 60s เธอเริ่มอินกับ Modernism...
เฮ้ย! มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ ???
ทั้งเทคนิคทั้งเนื้อหา...ขอโทษนะ มึงจะกรุณาเหลืออะไรไว้ให้กูดูต่างหน้าได้ไหมคะเนี่ย???
สาดดด!!!
แถมคนอื่นๆร่วมห้องยังประหลาด แทนที่จะช่วยเบรคกลับหุบปาก อาจารย์ทำมึน เพื่อนๆทำงง บ้างเห็นดีเห็นงามไปด้วย ทำเอาคนที่ถูกลอกอย่างเราเกรงใจ ต้องหาทางเฟดออกไป เลียแผลใจอย่างเงียบๆ
สาดดด!!!
จะมีก็แต่เพียงคำทักท้วงเล็กๆจากอาจารย์ท่านหนึ่ง สั้นๆ ได้ใจความ 'หืม งั้นงานของ A ก็เหมือนกับงานของคุณน่ะสิ'
ก็ได้แต่ยิ้ม พะหงกหัวหงึกๆ หึ หึ หะ หะ วะ ฮ่า ฮ่า...
สาดดด!!! สาดดด!!! สาดดด!!!
โดนจี้ใจดำ ทำเอาสติแตก ธฤษวรรณเก็บรอยยิ้มกลับบ้านพร้อมรอยช้ำ ฮี่ม โปรเจ็คของฉัน! คิดมาเจ็ดเดือน อินมาเจ็ดปี อีนี่เป็นใครมาจากไหน ทำเวรทำกรรมอะไรกันไว้ มาชุบมือเปิบ สบายใจเฉิบ
เจ็บคราวนี้ เล่นเอาหัวแทบระเบิด ปวดไปหลายวัน ซัดพาราไปหลายเม็ด คิดไปคิดมาๆ เลยเถิดไปถึงคำของอาจารย์อีกท่านหนึ่งที่ว่า:
'การที่ไอเดียของเรามันบังเอิ๊ญไป"คล้าย"กับไอเดียของคนอื่น ก็เป็นธรรมดาแหละ ที่จะ HURT-SO-BAD ผิดหวัง ห่อเหี่ยว ท้อแท้ แต่เราก็ต้องก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ มันเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ เป็นการฝึกจิตใจให้แข็งแกร่ง เพราะเรื่องแบบนี้มันจะต้องเกิดขึ้นอีกเป็นร้อยครั้งพันครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าเรายังเดินอยู่ในหนทางของนักคิดและนักออกแบบ'
อืม
แถมยังมีคนรอบข้างเตือนสติอีกว่า:
'ถ้ามันลอกได้ให้มันลอกไป อย่าไปสนใจ เสียเวลาเปล่า หันมาตั้งหน้าตั้งตาพัฒนางานของเราดีกว่า ยังไงซะ คนถูกลอกก็ยังก้าวนำคนลอกอยู่หนึ่งก้าวเสมอ (เออจริง...เพราะมันต้องเห็นก่อนแล้วค่อยลอก)'
อืม
ท้ายที่สุด (อันนี้คิดเอง) ควรเอาธรรมะเข้าข่ม อย่าไปยึดติด คิดว่าเป็นของตัว ของของเราไม่ใช่ของของเรา เกิดมามีแต่ตัวตายก็ไปแต่ตัว ตัวยังไม่ใช่ของตัวเลย (เอ๊ะ ชักงง)
อืม สาธุ
ก็คงได้แต่มองไปข้างหน้า ก้าวเดินอย่างช้าๆ ระมัดระวัง เชื่อมั่น บนเส้นทางที่เราเลือก แล้วทุกอย่างจะดีเอง

ขอส่งท้ายด้วยพุทธสุภาษิตบทหนึ่งที่ว่า
"อัตตาหิ อัตตโน นาโถ"
...
เอ้า ใครแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ ฝากไปบอกมันที! (สาดดด!!!)
ปล.ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า กูจะไม่ลอกงานใครอีกแล้ว!