LONDON ER ลอนดอน เอ๋อ

Blog EntryTurning point/ทางแยก.Feb 25, '08 4:14 PM
for everyone

อยู่ดีๆก็รู้สึกแย่ขึ้นมา
การแข่งขันปีนขั้นบันไดหนีไฟไปดาดฟ้าของตึกที่สูงสุดลูกหูลูกตา
มันช่างน่าเหนื่อยเนอะ

เพราะ
นอกจากกล้ามเนื้อร่างกายจะอ่อนล้ายิ่งกว่าวิ่งมาราธอนแล้ว
กล้ามเนื้อหัวใจและไขสมองยังอ่อนไหวอีกด้วย

ไหนจะต้องฝ่าด่านกำแพงภาษา
(ที่เรารู้สึกเป็นคนแปลกหน้า)

ไหนจะคู่แข่ง มากหน้าหลายตา
(ที่เขามักจะก้าวนำกว่าเสมอๆ)

ไหนจะระยะทางระหว่างมิตรภาพ
(แล้วเมื่อไหร่เราจะได้หัวเราะเรื่องเดียวกันซะทีวะ)

ยิ่งสูง ยิ่งหนาว

ยิ่งท้อแท้ ยิ่งอยากท้อถอย

ที่ ชั้น 70 ใจกลางตึก(กำลังเหนื่อยได้ที่)
อยู่ๆกรรมการใจดี ยื่นข้อเสนอให้
เป็นทางเลือก และเป็นทางแยก
ว่าผู้เข้าแข่งขันจะแวะพักดื่มน้ำกินขนมอยู่กับที่
หรือจะลงลิฟท์กลับบ้านไปเลยทั้งอย่างนี้

ธฤษวรรณยังไม่มีคำตอบ

ไม่อยากตอบ

เฮ้อ

40 CommentsChronological   Reverse   Threaded
maleenote wrote on Feb 25
กรรมการเค้ามีข้อเสนออย่างนี้ด้วยเหรอคะเนี่ย ค่าเข้าสมัครแพงนะคะ สู้เค้าๆ ถึงยอดตึกแล้วจะได้เห็นวิวสวยกว่าใครๆ
thrissawan wrote on Feb 25, edited on Feb 25
ยื่นข้อเสนอแย่ๆแบบนี้ มีแต่กรรมการที่อยู่ในหัวพี่เองเท่านั้นแหละ

เคยเป็นไหม

บางทีมันก็รู้สึกว่าตัวเองเข้าใกล้แสงสว่างมากๆ รับรู้และเข้าใจอะไรไปหมดทุกอย่าง
แต่บางทีมันก็รู้สึกว่าไกลแสนไกลจนไม่เห็นทาง อ้างว้าง ไม่รู้อะไรจริงๆเลยแม้แต่น้อย

บางทีก็อยากบินให้สูงที่สุด ให้เร็วที่สุด ให้เทียบทันคนอื่นที่สุด
บางทีก็แค่อยากบินกินลมชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยเปื่อย

เป็นความขบถในตัวเองน่ะ :(
anpanpon wrote on Feb 25
อืม ยากเนอะ เลือกอย่างที่อยากทำ ..แล้วอยากทำอย่างไรล่ะ ??
อยากชั่วคราว อยากถาวร อยากปลอมๆ ..
จะรู้ได้ยังไง ??
maleenote wrote on Feb 25
เป็นมาตลอดค่ะ พอเริ่มเห็นทาง ก็ตื่นเต้น อยากทำนู่นอยากทำนี่ มีไฟแรง พอเริ่มลงมือทำ เจอทางตันเดิมๆ ก็ท้อ นั่งคิดว่าทำอะไรอยู่ ถ้าเลิกทำไปจะเป็นอะไรมั้ย แต่ก่อนเข้าใจตลอดว่าถ้าตั้งใจเรียน ถ้าลงมืทำ ยังไงก็ต้องเรียนจบ พอมาเรียนเอกก็เริ่มคิดว่าคราวนี้อาจไม่เป็นแบบทุกที แต่ก็บอกตัวเองว่ามันต้องได้สิ สู้ๆ
thrissawan wrote on Feb 25
อืม ยากเนอะ เลือกอย่างที่อยากทำ ..แล้วอยากทำอย่างไรล่ะ ??
อยากชั่วคราว อยากถาวร อยากปลอมๆ ..
จะรู้ได้ยังไง ??
สำหรับเรา ก็รู้ว่าอยากทำอะไรนะ แล้วก็รู้ว่าควรทำไงด้วย

แต่ว่าจะทำให้มันพิเศษและดีมากๆ
ให้ไปสูงขึ้นอีกระดับนึง
ในระดับที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
มันเหนื่อยหัวมากเลย

ยิ่งเวลาเจอคนเก่งโคตรๆที่เค้าคิดดีทำเร็ว รู้เยอะรู้จริง แล้วแอบท้อ
ว่าเมื่อไหร่และอีกไกลแค่ไหนเราจะไปยืนอยู่ตรงนั้นบ้าง

เมื่อไหร่กำแพงภาษาจะทลายลงอย่างกำแพงเบอร์ลิน

กระเหรี่ยงรู้สึกกดดันอ่ะ :_(
thrissawan wrote on Feb 25
จริงๆวันนี้ทำตัวมีปัญหา 4 อย่าง

1. มีพรีเซนต์งานกับอาจารย์พิเศษ เค้าก็บอกว่า(งาน)ยอดเยี่ยม แต่ทำไมตัวเองรู้สึกว่าอธิบายความคิดตัวเองได้ห่วยแตกสิ้นดี ภาษาป่วย พูดจาไม่รู้เรื่อง และไม่ดีเฟนซ์ตัวเอง ไอ้ที่เคยใช้งานพูดเอาก็โอเคระดับหนึ่ง แต่มันจะโอเคไปได้นานซักแค่ไหน เพราะคนที่นี่พูดเก่งมากๆ รู้เยอะมากๆ ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย โหวงเหวงในหัวใจ
2. สืบเนื่องจากข้อ 1. เวลาอาจารย์พิเศษพูดถึง practitioners หรือ sources ไหน เราได้แต่นั่งเอ๋อ ไม่รู้จักเลยซักคน พิสูจน์ได้ว่าเรารู้น้อยมาก
3. ขอ tutorial กับอาจารย์พิเศษต่อ เค้าเห็นงานที่ทุกคนแม้แต่อาจารย์อาร์ซีเอยังชม แล้วบอกว่า งานแบบนี้เห็นมาจนเกร่อแล้ว เค้าคาดหวังมากกว่านี้ ไปไกลกว่านี้ได้ไหม แล้วจะไปทางไหนต่อล่ะ จ๋อย
4. ทำงานมาเท่าไหร่ ไม่เคยเสร็จสมบูรณ์ซะที ขี้เกียจ? ไม่มีเวลา? โง่? อ่อน? แย่ที่สุด

รู้สึกเซ็งจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงๆ
anpanpon wrote on Feb 25
อือดีแล้ว อย่างน้อยเค้าก็แนะนำให้ตรงและชัดเจนดี
อย่างที่โรงเรียนเรา บางทีมันดูแอบน่าเบื่อวะ
ชมกันแบบ อืม พูดความจริง จากใจจริงๆ มากกว่านี้ได้ไม๊

ดีวะ วันหลังเอาบ้าง
เราเป็นประเภทขี้เกียจพูด ขี้เกียจถาม
เวลาอธิบายงาน ไม่ค่อยชอบถามต่อ ทั้งๆ ที่อยากถาม..
เบื่อนิสัยคนไทยวะ -_-" กลุ้ม !

มาช่วยเซ็ง !
thrissawan wrote on Feb 25
เป็นมาตลอดค่ะ พอเริ่มเห็นทาง ก็ตื่นเต้น อยากทำนู่นอยากทำนี่ มีไฟแรง พอเริ่มลงมือทำ เจอทางตันเดิมๆ ก็ท้อ นั่งคิดว่าทำอะไรอยู่ ถ้าเลิกทำไปจะเป็นอะไรมั้ย แต่ก่อนเข้าใจตลอดว่าถ้าตั้งใจเรียน ถ้าลงมืทำ ยังไงก็ต้องเรียนจบ พอมาเรียนเอกก็เริ่มคิดว่าคราวนี้อาจไม่เป็นแบบทุกที แต่ก็บอกตัวเองว่ามันต้องได้สิ สู้ๆ
เหมือนพี่เลย
เคยคิดตลอดมาว่าถ้าเราตั้งใจ จะทำอะไรก็ต้องสำเร็จ
แต่พอเริ่มพูดคนละภาษา ตา+ผมคนละสี ในโลกใหม่ กว้างใหญ่ ความสำเร็จที่ดูเหมือนแค่เอื้อมแอบไกลขึ้นมาทันที
เฮ้อ
ยิ่งพูด ยิ่งรั่ว ยิ่งเศร้า
หมดเวลาอ่อนแอแล้ว
สู้เว้ย
thrissawan wrote on Feb 25
อือดีแล้ว อย่างน้อยเค้าก็แนะนำให้ตรงและชัดเจนดี
อย่างที่โรงเรียนเรา บางทีมันดูแอบน่าเบื่อวะ
ชมกันแบบ อืม พูดความจริง จากใจจริงๆ มากกว่านี้ได้ไม๊

ดีวะ วันหลังเอาบ้าง
เราเป็นประเภทขี้เกียจพูด ขี้เกียจถาม
เวลาอธิบายงาน ไม่ค่อยชอบถามต่อ ทั้งๆ ที่อยากถาม..
เบื่อนิสัยคนไทยวะ -_-" กลุ้ม !

มาช่วยเซ็ง !
นึกออกเลย culture of study แม่งแตกต่าง
คนเอเชียชอบรับอย่างเดียว ไม่ชอบส่ง
เราก็พยามพูด งูๆปลาๆโง่ๆเง่าๆก็พูดไป

ช่วงนี้เจอคนจริง จากอีกมิติหนึ่งที่ไม่คุ้นเคย ถึงกับเหวอไปเลย

สู้ๆนะ

anpanpon wrote on Feb 25
โชคดีเช่นกัน
สู้ๆ !


thrissawan wrote on Feb 25, edited on Feb 25
ดีใจจริงๆที่ได้คุย+ระบายกับคนที่เข้าใจ
ขอบคุณนะ

คงต้องมองข้างหน้า และพยายามต่อไป ก็ตัดสินใจเลือกทางนี้แล้วหนิ
anpanpon wrote on Feb 25
ไม่เป็นไร ยินดี :)

ใช่แล้ว ฝันให้ไกล ไปให้ถึง :)

ปล. เราว่าเรียนที่นี่มันโคตรจะเอาตัวเองเป็น center วะ
อาจารย์ก็เหมือนเป็น comment ที่อาจจะมีบทบาทมากว่าเพื่อนร่วมชั้นหน่อยนึงด้วยซ้ำ ..
อ่านเยอะๆ ดูเยอะๆ เห็นเยอะๆ เก็บเยอะๆ
คงจะช่วยอะไรได้บ้าง :P
sudaduang wrote on Feb 25
นี่ยังอยู่แค่ในโรงเรียนเองนะ
ลองทำงานที่นู้นสิ แกจะเจอนรกของจริง
thrissawan wrote on Feb 26, edited on Feb 26
นี่ยังอยู่แค่ในโรงเรียนเองนะ
ลองทำงานที่นู้นสิ แกจะเจอนรกของจริง
นั่นแหละ ที่เครียดเพราะเรานึกไปไกลด้วยแหละ

อาจารย์พิเศษที่พูดถึง เค้าแก่กว่าเราแค่ 3 ปี
มีความคิดก้าวหน้า เป็นระบบและชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองทำมากๆ
งานเค้าได้แสดงที่ MoMA, Tate, V&A, British Library และอีกมากมาย
แถมยังเคยร่วมแสดงกับคนดังอย่าง Fiona Banner, Shortlist for Turner Prize 2002
เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
...
...
...
เราอยากเป็นอย่างเค้าบ้าง อยากไปอยู่ในวงกลมนั้นบ้าง
มี ability ที่จะ portray สังคม
ได้ยืนเคียงข้างและแลกเปลี่ยนความรู้กับคนเก่งๆ
แต่แค่คิดก็หนาวไปถึงกระดูกแล้ว

บ้าเนอะ

ตอนนี้รู้สึกแพ้ แบบ outclass ไปเลย :_)

sudaduang wrote on Feb 26
ใจเย็น เด๋วก็ดีขึ้นเอง

แต่ชั้นเองก็อยู่ที่นู้นไม่ไหวเหมือนกัน
เป็นหัวหมา ดีกว่าหางมังกรว่ะ
naenaejung wrote on Feb 27, edited on Feb 27
สู้เว้ย....ธฤษวรณ!!!!!
เราก็มี ปัญหาแบบนี้ แรกๆ ก็นั่งใบ้ คุยอะไรกันวะ?
ยิ่งเป็นนักเรียนเอเชียคนเดียว ท่ามกลางคนอังกฤษ 8 คน คนเมกันอีก 1 คน ยิ่งใบ้แดกไปกันใหญ่
รู้สึกว่ากะเพื่อนกันเอง ก็ไม่เคยแชร์ sense of humour เดียวกันซะอย่าง
ที่เคยคิดว่าภาษาตัวเองดีพอประมาณ
มาถึงนี่ถึงได้รู้ว่า ไอ้ 'พอประมาณ' ที่เคยคิด ยังห่างจากที่เรา 'จำเป็นต้องใช้' อีกหลายขุม

แล้วทำไมเวลาอาจารย์พูดถึงงานของศิลปินคนไหน ทุกคนในห้อง (ยกเว้นกู) มันเหมือนจะรู้จักกันหมดเลยวะ
หลังๆ อาศัยกระซิบถามเพื่อน หรือโพล่งไปแบบโง่ๆ กลางวง ว่าใครนะคะ หนูไม่รู้จัก
ทำให้รู้ว่าไอ้พวกหัวทองที่นั่งอยู่ในห้องหน้าตาเหมือนจะรู้น่ะ ไม่ได้รู้ไปซะทุกคนหรอก
(เพราะพออาจารย์บอกว่า ใครที่รู้จักงานของศิลปินคนนี้ ช่วยลองอธิบายให้ไอ้เนมันเข้าใจหน่อยซิ
ไอ้พวกที่เมื่อกี๊นั่งทำหน้ามั่นใจ ก็อึกอัก ตอบไม่ได้ อธิบายไม่ถูกกันซะอย่างงั๊น
แต่พวกที่เก่งมาก รู้จริง ก็มีเยอะเหมือนกัน ก็อธิบายกันไป)
ทำให้คิดตกว่า เอาวะ!!!!!!! มัวแต่หน้าบาง ไม่กล้าถาม แล้วเมื่อไหร่จะรู้เรื่องซะที

แล้วที่ห้องเราที่เรียนด้วยกัน รับไม่ได้เลยกะนิสัยนักเรียนเอเชียส่วนใหญ่
ที่เวลาในห้องฟังอย่างเดียว ไม่ถาม ไม่ตอบ ไม่ให้ความเห็นอะไร ว่าตัวเองคิดยังไง
เคยมีสัมมนากะนักเรียน MA design ที่มหาลัยเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเอเชีย
(ไม่เหมือนนักเรียน photo ที่มีแต่คนอังกฤษ) กลับมามันรุมด่าเด็กเอเชียกันเช็ด
ว่าคนจีนเอาเปรียบ คิดแต่จะฟัง idea ของคนอื่น ไม่คิดจะแชร์ idea ตัวเองให้คนอื่นฟังบ้าง
(มันก็คงไม่ได้คิดหรอกว่า ไอ้เด็กจีนที่นั่งใบ้แดกอยู่ในห้องน่ะ ไม่ได้เป็นเพราะมันอมภูมิ
แต่เป็นเพราะมันไม่รู้เรื่องที่ในห้องเค้าสัมมนากันมากกว่า วิญญาณกะเหรี่ยงด้วยกัน มองตามันเราก็รู้แล้ว)

หลังจากนั้นเราเลยต้องฮึด เอาก็เอาสิวะ ตอบไป แสดงความคิดเห็นไป ไม่เห็นจะตายซะหน่อย
(ดีกว่าโดนเพื่อนด่าว่าเอาเปรียบแหละวะ)
นี่อยู่มาปีกว่าแล้ว งูๆ ปลาๆ ไป ก็ยังดีกว่านั่งใบ้อย่างเดียว
อย่างน้อยก็ยังรู้ว่าเรื่องที่เราเข้าใจน่ะ เราเข้าใจถูกแล้ว หรือเราคิดไปเอง

สู้เว้ย....แก๊งป้า!!!!!!!!!
thrissawan wrote on Feb 27
ใจเย็น เด๋วก็ดีขึ้นเอง

แต่ชั้นเองก็อยู่ที่นู้นไม่ไหวเหมือนกัน
เป็นหัวหมา ดีกว่าหางมังกรว่ะ
อืม น่าคิด เป็นหัวหมาหรือหางมังกรดี...
...
ก็ยังอยากเป็นหัวมังกรอยู่ดี
ฮ่วย!
เหมือนหมามองเครื่องบินเลยว่ะ
thrissawan wrote on Feb 27, edited on Feb 27
สู้เว้ย....ธฤษวรณ!!!!!
เราก็มี ปัญหาแบบนี้ แรกๆ ก็นั่งใบ้ คุยอะไรกันวะ?
ยิ่งเป็นนักเรียนเอเชียคนเดียว ท่ามกลางคนอังกฤษ 8 คน คนเมกันอีก 1 คน ยิ่งใบ้แดกไปกันใหญ่
รู้สึกว่ากะเพื่อนกันเอง ก็ไม่เคยแชร์ sense of humour เดียวกันซะอย่าง
ที่เคยคิดว่าภาษาตัวเองดีพอประมาณ
มาถึงนี่ถึงได้รู้ว่า ไอ้ 'พอประมาณ' ที่เคยคิด ยังห่างจากที่เรา 'จำเป็นต้องใช้' อีกหลายขุม

แล้วทำไมเวลาอาจารย์พูดถึงงานของศิลปินคนไหน ทุกคนในห้อง (ยกเว้นกู) มันเหมือนจะรู้จักกันหมดเลยวะ
หลังๆ อาศัยกระซิบถามเพื่อน หรือโพล่งไปแบบโง่ๆ กลางวง ว่าใครนะคะ หนูไม่รู้จัก
ทำให้รู้ว่าไอ้พวกหัวทองที่นั่งอยู่ในห้องหน้าตาเหมือนจะรู้น่ะ ไม่ได้รู้ไปซะทุกคนหรอก
(เพราะพออาจารย์บอกว่า ใครที่รู้จักงานของศิลปินคนนี้ ช่วยลองอธิบายให้ไอ้เนมันเข้าใจหน่อยซิ
ไอ้พวกที่เมื่อกี๊นั่งทำหน้ามั่นใจ ก็อึกอัก ตอบไม่ได้ อธิบายไม่ถูกกันซะอย่างงั๊น
แต่พวกที่เก่งมาก รู้จริง ก็มีเยอะเหมือนกัน ก็อธิบายกันไป)
ทำให้คิดตกว่า เอาวะ!!!!!!! มัวแต่หน้าบาง ไม่กล้าถาม แล้วเมื่อไหร่จะรู้เรื่องซะที

แล้วที่ห้องเราที่เรียนด้วยกัน รับไม่ได้เลยกะนิสัยนักเรียนเอเชียส่วนใหญ่
ที่เวลาในห้องฟังอย่างเดียว ไม่ถาม ไม่ตอบ ไม่ให้ความเห็นอะไร ว่าตัวเองคิดยังไง
เคยมีสัมมนากะนักเรียน MA design ที่มหาลัยเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเอเชีย
(ไม่เหมือนนักเรียน photo ที่มีแต่คนอังกฤษ) กลับมามันรุมด่าเด็กเอเชียกันเช็ด
ว่าคนจีนเอาเปรียบ คิดแต่จะฟัง idea ของคนอื่น ไม่คิดจะแชร์ idea ตัวเองให้คนอื่นฟังบ้าง
(มันก็คงไม่ได้คิดหรอกว่า ไอ้เด็กจีนที่นั่งใบ้แดกอยู่ในห้องน่ะ ไม่ได้เป็นเพราะมันอมภูมิ
แต่เป็นเพราะมันไม่รู้เรื่องที่ในห้องเค้าสัมมนากันมากกว่า วิญญาณกะเหรี่ยงด้วยกัน มองตามันเราก็รู้แล้ว)

หลังจากนั้นเราเลยต้องฮึด เอาก็เอาสิวะ ตอบไป แสดงความคิดเห็นไป ไม่เห็นจะตายซะหน่อย
(ดีกว่าโดนเพื่อนด่าว่าเอาเปรียบแหละวะ)
นี่อยู่มาปีกว่าแล้ว งูๆ ปลาๆ ไป ก็ยังดีกว่านั่งใบ้อย่างเดียว
อย่างน้อยก็ยังรู้ว่าเรื่องที่เราเข้าใจน่ะ เราเข้าใจถูกแล้ว หรือเราคิดไปเอง

สู้เว้ย....แก๊งป้า!!!!!!!!!
อืม ด้านได้อายอดจริงๆ

เราแม่งจะกล้าอยู่แต่กับคนคุ้นเคย
พอเห็นหัวทองแปลกหน้ามาก็หัวหด
อยากคุยกับเค้าแต่หัวดันเบลอ พูดไม่ mature พูดไม่รู้เรื่อง
ขี้อายเว่อร์ๆแบบเนี้ย อยากจะบ้าตาย

แต่ห้องแกดีเนอะ มีฝรั่งเยอะดี
ห้องเรามีอยู่แค่ 3 คน
อีกคนไม่ค่อยมาเรียน
ก็ยังดีที่ีอีก 2 คนที่เหลือซี้กัน ไม่งั้นกระเหรี่ยงครองเมือง!

แต่เราค้นพบแล้วว่าเหล้าเท่านั้นที่ช่วยได้ทั้งความอายและมิตรภาพ ;P
sudaduang wrote on Feb 27
อืม น่าคิด เป็นหัวหมาหรือหางมังกรดี...
...
ก็ยังอยากเป็นหัวมังกรอยู่ดี
ฮ่วย!
เหมือนหมามองเครื่องบินเลยว่ะ
จะเป็นหัวมังกร ความอดทนต้องเป็นเลิศ ความขยันต้องเป็นหนึ่ง มรึงต้องทำให้ได้ทุกอย่าง เจอเจ้านายเหี้ยๆมรึงก็ต้องยอม เจอเพื่อนร่วมงานโฉดๆมึงต้องไม่แคร์ ถูกกดค่าแรงมึงต้องไม่บ่น ใครว่ายังไงมึงต้องไม่สน ต้องอยู่จนๆไปอีกพักใหญ่

... บังเอิญกรูทำไม่ได้ซักอย่างเลยว่ะ 5555
thrissawan wrote on Feb 27
จะเป็นหัวมังกร ความอดทนต้องเป็นเลิศ ความขยันต้องเป็นหนึ่ง มรึงต้องทำให้ได้ทุกอย่าง เจอเจ้านายเหี้ยๆมรึงก็ต้องยอม เจอเพื่อนร่วมงานโฉดๆมึงต้องไม่แคร์ ถูกกดค่าแรงมึงต้องไม่บ่น ใครว่ายังไงมึงต้องไม่สน ต้องอยู่จนๆไปอีกพักใหญ่

... บังเอิญกรูทำไม่ได้ซักอย่างเลยว่ะ 5555
จริง ต้องอดทนและขยันเป็นเลิศ
และไม่มีเงินไปอีกพักหย่ายยยยย
T^T
ไม่มีอะไรได้มาง่ายในโลกใบนี้
sudaduang wrote on Feb 27
จายเยนนนนๆ เด๋วก็ดีเองงงงงงงงงง (สุภาษิตสุดาดวง 555 )
thrissawan wrote on Feb 27
555555
อันดับแรกต้องปั่น essay ให้เสร็จก่อน
mixxmasterton wrote on Mar 1, edited on Mar 1
เราก็เจอปัญหาเดียวกันตอนเรียนเตกที่เด่ว ไม่ต้องคิดมาก ลองให้พวกมันมาแข่งออกแบบ interior ดิ เปลี่ยนสาขาที่เรียนก็ต้องสู้หน่อย แต่ดีแล้วแหล่ะมาเรียนแล้วรู้สึกแบบนี้ ไม่งั้นเสียตังมาเรียนง่ายๆจบชิวๆ ก็อาจไม่คุ้มตัง
thrissawan wrote on Mar 1, edited on Mar 1
เราก็เจอปัญหาเดียวกันตอนเรียนเตกที่เด่ว ไม่ต้องคิดมาก ลองให้พวกมันมาแข่งออกแบบ interior ดิ เปลี่ยนสาขาที่เรียนก็ต้องสู้หน่อย แต่ดีแล้วแหล่ะมาเรียนแล้วรู้สึกแบบนี้ ไม่งั้นเสียตังมาเรียนง่ายๆจบชิวๆ ก็อาจไม่คุ้มตัง
จริงๆ ปอดแหกเรื่องภาษามากกว่า

ท้อแท้นิดหน่อย

แต่ไม่เป็นไร จะพยามใหม่

แต๊งกิ้วจ้า
thrissawan wrote on Mar 1, edited on Mar 1
เฮ้ออออ

เรื่องของเรื่อง(เล่าแล้วเล่าอีก) มันมีอยู่ว่าเราได้ทำเวิร์คช็อปกับอาจารย์พิเศษที่กล่าวถึง แล้วก็มีการ discuss กัน เรื่องศิลปะกับงานโฆษณา เงินกับอุดมการณ์ โคตรจะ abstract เราก็เสร่อแสดงความคิดเห็นไป ออกแนวข้างๆคูๆ ไม่เรียบเรียง ไม่ mature เค้าก็ไม่ค่อยเข้าใจ ทั้งที่พูดเรื่องเดียวกันกลายเป็นคนละเรื่อง น้อยใจล่ะหนึ่ง สองตอน present เราแม่งโคตรเขิน พูดจาไม่รู้เรื่องตามเคย เค้าก็แซว ป้านี่พูดไรอ่ะ รู้เรื่องกันป่าว(หันไปถามทุกคน) ก็รู้ว่าแกล้ง แต่ใจร้ายมากๆ ระหว่างนั้นแกก็จะแนะนำ practitioners นักเขียน ต่างๆนานา ฝรั่งมั่กๆ ไม่ค่อยจะรู้จักเล้ยยย เซ็ง สาม อย่างที่บอกขอ tutorial ต่อ แกก็จะแบบเฮ้อ ไปให้ไกลกว่านี้ได้ไหม ไปไหนอ่ะ งง หัวจะระเบิด กดดันอิ๊บอาย และตอนจบแกถามว่ามีหนังสือเล่มไหนอยากแนะนำให้อ่านมั่ง เราไม่มีอ่ะ! คิดไม่ออกซะงั้น ตอกย้ำความรู้น้อยของเราเข้าไปอีก
จริงๆอยากคุยเล่น ถามนู่นถามนี่กะเค้า แต่ได้แต่นั่งใบ้ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดูแล้วปัญญาอ่อนที่สุด!!!

เบื่อตัวเองที่ขี้อายซะจริงๆ

T^T T^T T^T
naenaejung wrote on Mar 2
ฟังแล้ว เค้าก็แอบใจร้ายว่ะ
ที่มหาลัยเราบรรยากาศมันไม่เป็นแบบนี้อ่ะ
แบบว่าไม่รู้ไม่เป็นไร ไม่รู้ก็ไม่รู้ดิวะ
คนเราเรียนรู้กันได้
kunlatida wrote on Mar 2
ไอ้น้ำ อยากจะเล่าเรื่องของตัวเองให้แกฟังมั่งว่ะ ว่าก่อนหน้านี้เครียดมากเหมือนกัน
โดนเจ้านายด่าเปิดเปิง ว่าเราไม่มีenergy ไม่active ไม่มีmotivation
เราก็เลยเถียงว่าการมีenergyเนี่ย กูต้องเว่อร์ ใส่actingแบบฝรั่งเศสใช่มั้ย
แล้วกูทำงานทันมั้ย เสร็จมั้ย ดีมั้ย พอใจมั้ย ทำงานดึกดื่นทุกคืน weekendก็อยากให้มาทำอีก
เถียงกันรุนแรง จนโมโหน้ำตาเล็ดอ่ะ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เถียงกะคนฝรั่งเศสแบบพรากๆ
ไม่ได้สะอึกสะอื้นนะ แต่แม่งไหลมาตามความคับแค้น แต่พูดนี่พรั่งพรูออกมามากกว่าน้ำตาว่ะ
แม่งมาเหมือนเขื่อนพัง หมดความอดทน
เจ้านายเลยเอ๋อไปเลย (คงงง กูทำงานกะมันมาสามเดือน เพิ่งเห็นมันพูดมากก็วันนี้)

อย่างงี้และ ชีวิตต่างถิ่น แล้วพอได้กลับถิ่นตัวเองอาจจะรู้สึกแปลกแยกก็ได้นะ
สุดท้ายเราเลือกที่จะเป็นคนแปลกที่ แล้วได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆเจอสิ่งที่มันแปลกไปจากเดิมดีกว่าว่ะ

ไม่รู้จะทำให้แกรู้สึกดีขึ้นมั้ยวะ แต่ฟังเรื่องร้ายๆของคนอื่นมันจะช่วยได้เหมือนกันนะเราว่า
thrissawan wrote on Mar 2
ฟังแล้ว เค้าก็แอบใจร้ายว่ะ
ที่มหาลัยเราบรรยากาศมันไม่เป็นแบบนี้อ่ะ
แบบว่าไม่รู้ไม่เป็นไร ไม่รู้ก็ไม่รู้ดิวะ
คนเราเรียนรู้กันได้
เค้าขี้แกล้งอ่ะ
แหย่นู่นแหย่นี่ตลอดเวลา (แก๊งกระเหรี่ยงน่าแกล้งด้วยแหละ)
เช่น
พอเรามองเค้าก็จะ wink
พอเราหัวเราะเค้าก็จะแซวว่าขำไรนักหนา
พอเราเริ่มพรีเซนต์เค้าก็จะซุบซิบกับคนอื่น แบบเฮ้ยรู้เรื่องกันป่าววะ
พอเราถามกลับไปว่ามีปัญหาไรไม๊ เค้าก็จะรีบตอบว่า No, I'm just naughty.
ดูมันทำ
ไอ้เราก็กลับไปคิดเป็นจริงเป็นจัง นั่งแซดอยู่คนเดียว
บ้าเล็กน้อย:_)

แต่พอมาถึงเรื่องงาน เค้าจะจริงจัง
และพูดตรง (ไม่เหมือนอาจารย์คนอื่นๆ ที่ชอบชมนักชมหนา)
ไอ้ที่คิดว่าดีแล้ว อยากให้เจ๋งไปเลยได้ไหม
ให้ลองมองไกล แล้วไปในที่ที่ไม่มีใครเคยไปมาก่อน
(อยากให้ชั้นเป็นอย่าง Fiona Banner? ตลกล่ะ! คิดในใจ มึงเก่ง มึงก็พูดได้นี่!)

จริงๆก็ดีนะ
ถึงจะกดดันแต่ก็ทำให้รู้สึกว่าต้องพยายาม
ถึงจะดูใจร้ายแต่ก็ทำให้รู้สึกว่าต้องปรับปรุง
ตอนท้าย มีตบหัวแล้วลูบหลัง
ชั้นชอบงานเธอนะ พยามเข้า
...
อาจารย์ชั้น!
thrissawan wrote on Mar 2
ไอ้น้ำ อยากจะเล่าเรื่องของตัวเองให้แกฟังมั่งว่ะ ว่าก่อนหน้านี้เครียดมากเหมือนกัน
โดนเจ้านายด่าเปิดเปิง ว่าเราไม่มีenergy ไม่active ไม่มีmotivation
เราก็เลยเถียงว่าการมีenergyเนี่ย กูต้องเว่อร์ ใส่actingแบบฝรั่งเศสใช่มั้ย
แล้วกูทำงานทันมั้ย เสร็จมั้ย ดีมั้ย พอใจมั้ย ทำงานดึกดื่นทุกคืน weekendก็อยากให้มาทำอีก
เถียงกันรุนแรง จนโมโหน้ำตาเล็ดอ่ะ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เถียงกะคนฝรั่งเศสแบบพรากๆ
ไม่ได้สะอึกสะอื้นนะ แต่แม่งไหลมาตามความคับแค้น แต่พูดนี่พรั่งพรูออกมามากกว่าน้ำตาว่ะ
แม่งมาเหมือนเขื่อนพัง หมดความอดทน
เจ้านายเลยเอ๋อไปเลย (คงงง กูทำงานกะมันมาสามเดือน เพิ่งเห็นมันพูดมากก็วันนี้)

อย่างงี้และ ชีวิตต่างถิ่น แล้วพอได้กลับถิ่นตัวเองอาจจะรู้สึกแปลกแยกก็ได้นะ
สุดท้ายเราเลือกที่จะเป็นคนแปลกที่ แล้วได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆเจอสิ่งที่มันแปลกไปจากเดิมดีกว่าว่ะ

ไม่รู้จะทำให้แกรู้สึกดีขึ้นมั้ยวะ แต่ฟังเรื่องร้ายๆของคนอื่นมันจะช่วยได้เหมือนกันนะเราว่า
เล่ามาเลย มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์(แย่ๆ)กัน :)

แกเจ๋งว่ะ เถียงกับเนทีฟด้วย
ส่วนเรา แค่เค้ามองก็หงอจะแย่อยู่แล้ว 555
ไงก็ สู้ๆเว้ยอ๋อม
naenaejung wrote on Mar 2
เออ ก็คงเป็นอย่างที่ไอ้ต้นว่า
เสียตังค์ ถ่อมาทั้งที
เรียนจบง่ายๆ ชิวๆ
คงไม่คุ้มตังค์

...สู้เว้ย!!!!!!....
thrissawan wrote on Mar 2, edited on Mar 2
เออ ก็คงเป็นอย่างที่ไอ้ต้นว่า
เสียตังค์ ถ่อมาทั้งที
เรียนจบง่ายๆ ชิวๆ
คงไม่คุ้มตังค์

...สู้เว้ย!!!!!!....
ถูก!
คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม :)

ว่าแล้วก็ไปกินเหล้าบ้านแก ตอนปิดเทอมดีกว่า :P
naenaejung wrote on Mar 2
รออะไรปิดเทอม
มาเลยดีก่า
faang wrote on Mar 2
แอบมาอ่านอยู่นาน ไม่รู้จะให้กะลังใจยังไงดี แหะๆ แต่ว่าเจอจารโหดๆก็ดีนะ เหมือนมีคนช่วยผลัก(หรือถึบ) ให้ไปได้ไกลกว่าเดิม สู้ๆเว้ย ส่วนเราสงสัยจะไปแบบง่ายๆชิวๆ ;P
thrissawan wrote on Mar 2
faang said
แอบมาอ่านอยู่นาน ไม่รู้จะให้กะลังใจยังไงดี แหะๆ แต่ว่าเจอจารโหดๆก็ดีนะ เหมือนมีคนช่วยผลัก(หรือถึบ) ให้ไปได้ไกลกว่าเดิม สู้ๆเว้ย ส่วนเราสงสัยจะไปแบบง่ายๆชิวๆ ;P
555 เราก็รู้สึกว่ายิ่งเขียนยิ่งไปกันใหญ่
จากชื่นชมจารย์กลายเป็นจารย์ขี้แกล้งซะงั้น
งงตัวเองจริงๆ 555

ถ้าไปชิวๆแล้วชอบ เป็นเราก็ขอไปแบบชิวๆว่ะ (เหมือนที่เราเขียนข้างบนอ่ะ)
สไตล์ใครสไตล์มัน
สุดท้าย จุดสูงสุดก็เหมือนกันคือมีความสุขกับสิ่งที่ทำ ใช่ปะ :)

ปล.ตอนนี้เราหมดเวิร์คช็อปกะเค้าแล้วว่ะ แอบเศร้าเล็กน้อย T^T


thrissawan wrote on Mar 2
รออะไรปิดเทอม
มาเลยดีก่า
เชี่ย กูมี present พรุ่งนี้!
faang wrote on Mar 2
ชิวๆอย่างงี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชอบรึป่าว แต่คนที่นี่เค้าไม่ค่อยแบบแข่งขันกันว่ะ แค่มีมาตรฐานของตัวเองอยู่ เราก็เลยเนืิอยไปด้วยเลย 55

เออ ลืมถามได้โปสก้าดยังส่งไปนานแล้วอ่ะ
mixxmasterton wrote on Mar 2
multiply นี่ตัวแดกเวลา มี present พรุ่งวนี้เหมือนกัน
thrissawan wrote on Mar 2, edited on Mar 2
faang said
ชิวๆอย่างงี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชอบรึป่าว แต่คนที่นี่เค้าไม่ค่อยแบบแข่งขันกันว่ะ แค่มีมาตรฐานของตัวเองอยู่ เราก็เลยเนืิอยไปด้วยเลย 55

เออ ลืมถามได้โปสก้าดยังส่งไปนานแล้วอ่ะ
ห้องเราเนือยจะตาย เนือยจนน่าถีบ ไม่มีใครแข่งกะใครหรอก ออกแนวช่วยกันเขนซะมากกว่า
ส่วนเราก็แข่งกะตัวเอง มีคนเก่งเป็นแบบอย่าง ;)
ไม่รู้ดิ เวลาเห็นคนทำอะไรด้วยความรักและเข้าใจ แล้วอะดีนาลีนหลั่ง
ตื่นเต้น อยากทำมั่ง
กดดันตัวเองเล่นซะงั้น :)

ได้โปสกาสต์แล้ว thank you จริงๆเข้าไป post ที่ gestbook ไม่เห็นหรอ
faang wrote on Mar 3
ออ เพิ่งจะเห็น site ตัวเองไม่ได้ดู มัวแต่มาเล็งของคนอื่น :p
thrissawan wrote on Mar 3
multiply นี่ตัวแดกเวลา มี present พรุ่งวนี้เหมือนกัน
แดกโคตรๆ
อยู่บ้านวันๆไม่ทำอะไร
นั่งแม่งอยู่น่าคอม เข้้าบ้านโน้นทีออกบ้านนั้นที
งานการไม่ยอมทำ
ฮ่วย อนาถจิต นักเรียนนอก!
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help